รบ.ขยายเวลาจับ-ปรับกรณี พ.ร.บ.จราจร ม.44 จาก 5 เม.ย. เป็นหลังสงกรานต์ เหตุ ปชช.ยังไม่ทันเตรียมตัวและเสียงวิจารณ์ไปในทางลบ

หลังจากที่มีคำสั่งจากนายกรัฐมนตรี ให้ใช้ มาตรา 44 ในพ.ร.บ.จราจร ทำให้เกิดเสียงวิพากวิจารณ์จากประชาชนถึงความไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งในการมีผลบังคับใช้ทางกฏหมาย ทั้งนี้ ทำให้เกิดกระแสต่อต้านต่างๆ นานา ทั้งจากประชาชนที่ใช้สื่อโซเชี่ยลมีเดียเป็นพื้นที่แสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร่อนถึงมาตรการดังกล่าว นอกจากนี้ ยังร่วมไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นเดียวกันที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในทำนองไม่เห็นด้วย เนื่องจากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการนำมาตรา 44 มาครอบมับกฏหมายจราจร

จากกระแสสังคมออกมาโจมตีรัฐบาลถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ล่าสุด พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เปิดเผยว่าถึงมาตรการห้ามนั่งท้ายกระบะรถ และ ห้ามนั่งแคปรถกระบะ อันสืบเนื่องมาจากคำสั่งตามมาตรา 44ในการแก้ พ.ร.บ.จราจร ว่า ล่าสุดทาง สตช.ได้หารือกับทางกรมการขนส่งทางบกเกี่ยวกับแล้ว เห็นว่าเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน เพราะยังเตรียมตัวไม่ทัน จึงเห็นร่วมกันว่าควรขยายเวลาในการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนเพิ่มขึ้นอีก จากเดิม 15วัน ซึ่งจะเริ่มจับปรับในวันนี้ (5เม.ย.)ออกไปเป็นหลังสงกรานต์

“ตอนนี้ยังไม่มีกำหนดเวลาชัดเจนว่าจะเริ่มจับปรับผู้ทำผิดอย่างจริงจังเมื่อไร แต่เบื้องต้นคือขยายไปหลังสงกรานต์ก่อน” ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว ทั้งนี้ พล.ต.ท.วิทยา เปิดเผยด้วยว่า ได้มีการนำเรียนเรื่องนี้ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯทราบแล้ว โดยนำเรียนผ่านเลขาธิการนายกฯ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็เห็นด้วย “ท่านนายกฯก็ไม่อยากให้ประชาชนเดือดร้อน ท่านสั่งให้ไปดูช่องทางช่วยเหลือประชาชนไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ ซึ่งเราก็จะไปเข้มงวดในเรื่องการใช้ความเร็ว เรื่องเมา และเรื่องการฝ่าฝืนกฎจราจร” ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว

การตัดสินใจขยายเวลาดังกล่าว สืบเนื่องมาจากหลังจากทางรัฐบาลและตำรวจประกาศว่า จะมีการเข้มงวด จับปรับผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรตามคำสั่งมาตรา 44 ซึ่งขยายไปถึงการห้ามนั่งท้ายรถกระบะ และห้ามนั่งแคปรถกระบะ หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีข้อหาใช้รถผิดประเภท โดยจะเริ่มจับปรับอย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน นี้เป็นต้นไป ซึ่งหมายถึงความเดือดร้อนของประชาชนในการเดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วย ทำให้มีกระแสแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างมาก โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดียมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรง




ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

3 + 1 =