เผยประวัติการ “ลักพระศพ” หนึ่งในพิธีสำคัญตามโบราณราชประเพณี ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพและพระศพเจ้านาย

กนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรรายการข่าวชื่อดังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page ระบุถึงการลักพระศพ ซึ่งเป็นหนึ่งในพิธีกรรมตามโบราณราชประเพณีว่า

ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และพระศพเจ้านาย ประกอบด้วยพิธีกรรมที่สลับซับซ้อนตามแบบแผนโบราณราชประเพณี แม้จะมีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยบ้าง แต่ในหลายขั้นตอนก็ยังคงปฏิบัติสืบต่อกันมา รวมถึง “การลักพระศพ” ด้วย (หรือ “ลักศพ” เรียกกันตามลำดับชั้นพระยศ)

การลักพระศพ เป็นขั้นตอนการอัญเชิญพระศพไปยังพระเมรุก่อนงานพระราชพิธี จะรีบกระทำในเวลากลางคืน หรือเช้ามืดก่อนงานพระราชพิธี จะกระทำเป็นการภายใน ไม่บอกให้ใครรับรู้ ไม่มีหมายกำหนดการ แต่สามารถบันทึกเหตุการณ์เป็นจดหมายเหตุได้ ตัวอย่างเหตุการณ์ลักพระศพที่เคยบันทึกเอาไว้ คือ

เมื่อปี พ.ศ. 2430 ในงานพระศพของสมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลา องค์ต้นราชสกุล มาลากุล ได้จัดขึ้นที่วังถนนหน้าพระลาน บริเวณท่าพระ เมื่อถึงกำหนดต้องพระราชทานเพลิงนั้น ในหลวง รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าให้อัญเชิญพระศพลงยังเรือพระประเทียบในเช้ามืดของวันนั้น จากนั้นล่องพระศพโดยขบวนเรือจากท่าพระไปยังท่าเตียน โดยบนเรือนั้นมีเหล่าพระโอรสเข้าประคองพระโกศอยู่ ขบวนเรือล่องตามแม่น้ำเจ้าพระยาลงไปถึงท่าเตียน จึงชักพระศพขึ้นบนท่า จากนั้นอัญเชิญพระศพไปยังท้ายวัดพระเชตุพนฯ ณ ที่นั้นขบวนราชยันตรารถรอรับอยู่ เพื่อเข้าพิธีออกพระเมรุในช่วงสาย

มาถึงยุคปัจจุบัน ธรรมเนียมการปฏิบัติเกี่ยวกับพระบรมศพ และพระศพของพระราชวงศ์นั้นได้มีการปรับเปลี่ยนไปมาก เห็นได้อย่างชัดเจนเรื่องหนึ่งก็คือ มีการนำหีบมาใช้ทรงพระศพแทนการใช้พระโกศ ในพระราชพิธีครั้งนี้ก็มีพระหีบจันทน์

ดังนั้นเมื่อพระบรมศพประดิษฐานลงพระหีบจันทน์ พอถึงวันแห่จึงทำให้บนพระมหาพิชัยราชรถนั้น มีเพียงพระโกศเปล่า เนื่องจากพระมหาพิชัยราชรถ สร้างไว้ตั้งแต่ต้นกรุง ออกแบบให้วางได้เฉพาะพระโกศเท่านั้น พระหีบจันทน์จึงไม่สามารถขึ้นวางบนพระมหาพิชัยราชรถได้ เจ้าพนักงานจึงต้องทำการลักพระศพล่วงหน้าไปก่อนในเวลากลางคืน โดยอัญเชิญหีบทรงพระศพเข้ายังรถตู้ยนต์พระที่นั่ง จากนั้นตั้งขบวนเคลื่อนไปยังท้องสนามหลวง พอถึงก็อัญเชิญพระบรมศพขึ้นยังพระเมรุมาศ เพื่อรอริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ

ส่วนการเคลื่อนพระโกศตามมาดังหมายกำหนดการนั้น ก็ใช่ว่าจะเป็นโกศเปล่า..ภายในมีการบรรจุของบางอย่าง ในกรณีนี้ทราบว่า ใช้แผ่นทองจำหลักดวงพระชะตาของพระองค์ท่านบรรจุไว้ภายใน

การเคลื่อนพระศพยามค่ำคืนที่เงียบสงัดในอดีตกาลนั้น จึงเป็นที่มาของคำว่า “ลักพระศพ” ทั้งที่ในความเป็นจริง ไม่ได้มีการลักขโมยแต่อย่างใด อีกทั้งผู้ที่กระทำก็เป็นเจ้าพนักงาน รวมทั้งอาจมีพระญาติพระวงศ์ของเจ้านายพระองค์ผู้ล่วงลับรู้เห็นด้วย โดยผู้ที่ใช้คำนี้กลุ่มแรกๆ น่าจะเรียกกันในหมู่เจ้าพนักงานภูษามาลา หรือพวกกรมสนมพลเรือน ซึ่งมีหน้าที่ในด้านพิธีกรรมประจำราชสำนัก เพื่อใช้สื่อสารถึงขั้นตอนอันต้องกระทำอย่างปกปิดนี้




ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

3 × 4 =